สารพัด..สารเพ
     Kapook.com
     Diaryclub.com
     ล้านนาด๊อก
     facebook.com
     Speed Test
     Youtube
     Google.com
   อาหารการกิน...แหล่งอื่น ๆ
     คุณด้วง dunbine
     Tongkatsu.com
     แม่ปูขาเก เซมารู
     คุณบอล kittscake
     คุณเจี๊ยบ J-Nap
     พี่ก้อย pepsakoy
   ช่วยกันทำมาหากิน!!
little-stones.com เครื่องประดับหินสี ทำมือ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 13
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 62
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 8,969,613
 เปิดเว็บ 17/11/2551
 ปรับปรุงเว็บ 18/11/2560

in-kitchen inkitchen เมนูอาหาร เว็บทำอาหาร รวมสูตรอาหาร อาหารคาว อาหารหวาน ของกิน ขนม ร้านอาหาร แนะนำร้านอาหาร พาชิม พากิน พาเที่ยว ท่องเที่ยว เดินทาง สอนทำอาหาร อาหารง่าย ครอบครัว ปากท้อง ของอร่อย ขนมอร่อย อาหารอร่อย ร้านอร่อย กับข้าว อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง อาหารเวียตนาม อาหารอิตาเลี่ยน อาหารเม็กซิกัน อาหารนานาชาติ อาหารพื้นบ้าน อาหารจีน ขนมไทย เบเกอรี่ อาหารอีสาน อาหารบุปเฟ่ห์ buffet วิธีทำ การทำ ส่วนผสม อาหารเกาหลี

น้ำฟักข้าวเสาวรส




วันก่อนกิ๊ฟได้ไปเดินงาน "สมุนไพรแห่งชาติ" (อะไรสักอย่างที่ชื่อประมาณนี้แหละ - -")

ที่อิมแพคเมืองทองธานีกับแม่แล้วก็ยายมาค่ะ

(ตั้งแต่ตากลับสวรรค์...ยายก็เปรี้ยวมากค่ะ พาไปเที่ยวไหนสู้ตายตลอด 55555)

ก็ไปเจอเข้ากับ "ลูกฟักข้าว" ที่ขายอยู่ในงาน กิ๊ฟก็เลยซื้อมาลูกนึง

ถ้าใครที่ชอบหาความรู้แนวรักษาสุขภาพด้วยพืชผักต่าง ๆ ก็จะทราบกันว่า "ฟักข้าว" เนี่ยบูมมาก

เพราะมันมีคุณค่าทางอาหารมาก จำพวก "วิตามินเอ" แล้วก็ "ไลโคปิน"

ส่วนข่าวคราวว่ามีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ นี่ต้องลองไปหาข้อมูลเพิ่มดูนะคะ

กิ๊ฟลอง google ดูคร่าว ๆ แล้วยังไม่เห็นเอกสารที่มีการรับรองชัดเจน

ก็แล้วแต่จะเชื่อกันนะ...แต่พืชผักผลไม้แบบนี้ลองทานดูก็ไม่เสียหายอะไรเน๊อะ!!






หน้าตาของลูกฟักข้าวสุก  ลูกนี้หนักประมาณ 6-7 ขีดค่ะ







ผ่าครึ่งออกมา....ชวนให้คิดถึงผล ---> Cacao <--- แหะ







ผลฟักข้าวสุกจะเนื้อนุ่ม ๆ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงสด

ดมกลิ่นดูจะมีกลิ่นเหม็นเขียวนิด ๆ






กิ๊ฟก็ใช้ช้อนควักแต่เมล็ดออกมาใส่โถ

แล้วก็เติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย แล้วใช้ตระกร้อมือคนๆๆๆๆ จนเยื่อหุ้มเมล็ดหลุดออกมา ได้เป็นน้ำสีแดง ๆ

*** ห้ามนำไปใส่เครื่องปั่นเด็ดขาด เพราะเมล็ดฟักข้าวดิบ ๆ มีพิษ***

วิธีที่เราจะยีเอาเยื่อหุ้มเมล็ดออกมาต้องอย่าทำให้เมล็ดแตก....ไม่งั้นอันตราย

ให้เราเอาทั้งเมล็ด ใส่น้ำเปล่าเจือลงไปนิดหน่อย

แล้วใช้ตระกร้อมือคน ๆ ให้เยื่อหุ้มเมล็ดหลุดออกมาแบบนี้ก็จะไม่เป็นอันตรายค่ะ







กิ๊ฟทำสองรอบ....ก็คือคนรอบแรกให้เยื่อหุ้มเมล็ดหลุดออกมาแล้วก็กรองเอาเฉพาะน้ำเก็บไว้

แล้วก็ใส่น้ำเปล่าเพิ่มเข้าไป แล้วก็คน ๆ อีกรอบ เยื่อหุ้มเมล็ดก็จะหลุดออกมาค่อนข้างเกลี้ยง

น้ำของเยื่อหุ้มเมล็ดรอบที่สองก็กรองเก็บไว้ใช้...ก็จะเหลือเมล็ดแบบในรูปนี่แหละ

ถ้าไม่เก็บไปเพาะก็ทิ้งไปได้เลย








ส่วนเนื้อของฟักข้าวกิ๊ฟก็เอาช้อนตักออกมาจนเกลี้ยง...เหลือแต่เปลือกนั่นแหละ






เนื้อของฟักข้าวก็จับใส่โถปั่นซะ







ใส่น้ำที่เราเอาเมล็ดมันมาคน ๆ และกรองแล้วตามลงไป

แล้วก็ปั่นจนเนียนละเอียด







ปั่นเสร็จแล้วจะได้ความข้นประมาณน้ำสลัดเลยค่ะ คือข้นหนืดพอสมควร







เอาเนื้อฟักข้าวที่เราปั่นแล้วมาผสมน้ำเปล่าลงไป ให้ได้ความเข้มข้นตามชอบเลยค่ะ

ถ้าทำกินเองก็ข้นหน่อย...ถ้าทำขายก็ใสหน่อย หุหุหุหุ

เสร็จแล้วก็ตั้งไฟได้เลย....คนเรื่อย ๆ ให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

แล้วก็ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ จนเดือด.... เราจะได้ประโยชน์จากสารอาหารในฟักข้าวอย่างเต็มที่

จำเป็นต้องนำฟักข้าวไปผ่านความร้อนค่ะ ทำให้เราสามารถย่อยสารอาหารได้อย่างดีที่สุด

จะแปลกกว่าผักผลไม้ชนิดอื่น เพราะส่วนใหญ่โดนความร้อนแล้วเสียคุณค่า

แต่ฟักข้าวต้องผ่านความร้อนถึงจะย่อยสลายและดูดซึมได้นะ!!!

พอน้ำฟักข้าวเดือดได้สักพักแล้วก็เติมน้ำตาลให้ได้รสหวานตามชอบ (ถ้ารักสุขภาพมาก ๆ ก็ไม่เติมยังได้)

แล้วก็ใส่เกลือป่นลงไปสักปลายช้อน เพื่อตัดรสให้กลมกล่อมขึ้นค่ะ เสร็จแล้วก็ปิดไฟพักไว้








ปรกติน้ำฟักข้าวจะไม่มีรสชาติอะไร จืด ๆ แล้วก็เหม็นเขียวนิด ๆ

จึงต้องผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นเพื่อให้ดื่มได้ง่าย โดยส่วนมากจะผสมกับน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม

อย่างเช่น น้ำมะเฟือง น้ำสับปะรด หรือ อย่างในวันนี้กิ๊ฟใช้ "น้ำเสาวรส" ค่ะ

(ใช้น้ำเสาวรสแช่แข็งนี่แหละง่าย...ซื้อหาได้ในตู้แช่แข็งของ Makro จ๊ะ)







หลังจากพักไว้ให้น้ำฟักข้าวคลายร้อนลงสักหน่อย ก็เทน้ำเสาวรสลงไปผสมได้เลย

(ที่ต้องพักให้น้ำฟักข้าวคลายร้อนลงสักนิด ก็เพราะวิตามินซีในน้ำเสาวรสได้ไม่ถูกทำลายไงล่ะ)

คนผสมให้เข้ากัน แล้วก็ชิมรสให้ได้ตามชอบ

อ้อ!! ถ้ากลัวว่าจะปั่นเนื้อฟักข้าวไม่ละเอียดก็เอามากรองผ่านกระชอนตาถี่ ๆ ตอนนี้ก็ได้

เผื่อกลัวว่าดื่มแล้วจะไม่ลื่นคอ

พอพักไว้จนเย็นสนิทก็เก็บใส่ขวดใส่ตู้เย็นไว้ทานได้ประมาณ 7 วันค่ะ







น้ำฟักข้าวเสาวรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ใส่น้ำแข็งทานตอนบ่ายก็สดชื่นคลายร้อนได้คุณค่าดีนะ (^^)

รสชาติก็จะเหมือนน้ำเสาวรส เพราะว่าฟักข้าวไม่มีรสมีกลิ่นแค่นิด ๆ ก็จะโดนเสาวรสกลบหมด

แต่กิ๊ฟว่ามันก็กินอร่อยดี เพราะเหมือนมันจะมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าปรกติอยู่นิดหน่อยค่ะ

ถ้าใครสนใจเจ้า "ฟักข้าว" ตัวนี้ ก็ลองซื้อลูกสุกมาทำเครื่องดื่มทานเองดูได้...ไม่ยากเลยล่ะ

Story & Photo BY: gifttag.jpg picture by littlekittygift
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมดตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
in...kitchen
- กราแตงครีมปู (crabmeat au gratin)
- เกาลัดเทอริยากิ
- ซุปเสฉวน (Hot and Sour Soup)
- ผัดมันแกวใส่หมูสับ
- ผัดกระเพราขนมจีนไข่เยี่ยวม้ากรอบ
- ขนมจีนน้ำยาปลาทูน่าแบบง่าย ๆ
- No Bake Peanut Butter Brownies
- พล่าปลาร้าไข่ต้ม
- แกงใต้หมูสามชั้นกับลูกตำลึง
- ยำมะมุด
ดูทั้งหมด

Copyright : www.in-kitchen.com • Contact : webmaster(at)in-kitchen.com
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมดตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
Engine by MAKEWEBEASY