สารพัด..สารเพ
     Kapook.com
     Diaryclub.com
     ล้านนาด๊อก
     facebook.com
     Speed Test
     Youtube
     Google.com
   อาหารการกิน...แหล่งอื่น ๆ
     คุณด้วง dunbine
     Tongkatsu.com
     แม่ปูขาเก เซมารู
     คุณบอล kittscake
     คุณเจี๊ยบ J-Nap
     พี่ก้อย pepsakoy
   ช่วยกันทำมาหากิน!!
little-stones.com เครื่องประดับหินสี ทำมือ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 23
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 104
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 8,969,655
 เปิดเว็บ 17/11/2551
 ปรับปรุงเว็บ 18/11/2560

in-kitchen inkitchen เมนูอาหาร เว็บทำอาหาร รวมสูตรอาหาร อาหารคาว อาหารหวาน ของกิน ขนม ร้านอาหาร แนะนำร้านอาหาร พาชิม พากิน พาเที่ยว ท่องเที่ยว เดินทาง สอนทำอาหาร อาหารง่าย ครอบครัว ปากท้อง ของอร่อย ขนมอร่อย อาหารอร่อย ร้านอร่อย กับข้าว อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง อาหารเวียตนาม อาหารอิตาเลี่ยน อาหารเม็กซิกัน อาหารนานาชาติ อาหารพื้นบ้าน อาหารจีน ขนมไทย เบเกอรี่ อาหารอีสาน อาหารบุปเฟ่ห์ buffet วิธีทำ การทำ ส่วนผสม อาหารเกาหลี

บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 2 พิพิธภัณฑ์ราเมง


วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2556 (ต่อจากตอนที่ 1)



ออกเดินทางจาก "อูมิโฮตารุ" นั่งรถทัวร์ต่อไปเรื่อย ๆ ระยะเวลาประมาณ 3 สัปหงก

เกือบ ๆ 11 โมงเช้าเราก็ถึง "พิพิธภัณฑ์ราเมง" ค่ะ

(บางทีก็เขียนกันว่า "ราเมน" แต่กิ๊ฟถนัดใช้ว่า "ราเมง" มากกว่า ขอเขียนแบบนี้นะคะ)

ที่ตั้งอยู่ตรงไหน??...อย่ามาถามมมมม ไม่รู้เรื่องงงงงงง (- -")



ด้านหน้าค่ะ...เค้าเปิด 11 โมงเช้า เลยต้องรอนิดนึงสัก 5 นาที

นอกจากทัวร์พวกเราแล้วก็มีชาวญี่ปุ่นอุ้มลูกจูงหลานมายืนรอทานราเมงเหมือนกันนะ 

ไกด์วีบอกว่าจริง ๆ แล้วที่นี่คนญี่ปุ่นมาทานเยอะนะ ไม่ใช่ไว้หลอกล่อนักท่องเที่ยวอย่างเดียว (- -")

กิ๊ฟว่าอีกอย่างคือสมรภูมิเค้าตั้งอยู่กลางย่านออฟฟิสด้วยแหละ เที่ยง ๆ ก็มีพวกพนักงานมาหาข้าวกินกันอ่ะค่ะ





สักพักไกด์วีก็มาแจกตั๋วเข้าสำหรับนักท่องเที่ยว

และโบรชัวร์ภาษาไทย (แบบกระท่อนกระแท่น) แต่ก็พอช่วยได้ว่าร้านไหน ขายราเมงแบบไหน





จะมีคูปองให้ด้วยคนละ 1,000 เยน

ซึ่งคูปองนี้ถ้าเราเลือกทานราเมงที่ราคาไม่ถึง เค้าก็จะไม่ทอนให้ 

แต่ถ้าทานราคาแพงกว่านี้ก็จ่ายเพิ่มนะฮะ



ประตูเปิดปุ๊บก็เข้าปั๊บ



เข้ามาด้านในก็จะเจอบอร์ดแสดงรายชื่อของร้านราเมงที่มีขายอยู่ข้างในนี้ค่ะ หลายร้านเลยล่ะ

ชั้นแรกตรงพื้นดินตรงนี้จะมีร้านขายของด้วยค่ะ ก็พวกราเมง ๆ นั่นแหละ 

ทั้งแบบกินได้จริง ๆ และแบบเป็นของที่ระทึก






พอเดินลงไปด้านล่างมีอีก 2 ชั้นก็จะเป็นร้านราเมงล่ะ 

เค้าจะแต่งบรรยากาศเก่า ๆ ไกด์วีเล่าว่าเค้าตกแต่งเป็นบรรยากาศในช่วงที่เริ่มมีร้านราเมงเข้ามาในญี่ปุ่นค่ะ

ประมาณปีอะไร??....จำไม่ได้ ช่างมันเถอะ ไม่ได้ออกข้อสอบนี่หว่า (- -")



พวกเราเดินวน ๆ กันอยู่รอบนึง

แทบทุกร้านจะมีเมนูภาษาอังกฤษค่ะ บางร้าน (สัก 50%) จะมีเมนูภาษาไทย

แต่....พวกเราแนว(ไหน?)มาก เข้าร้านที่ไม่มีทั้งภาษาอังกฤษ และ ไทย 

เริ่ด...ญี่ปุ่นก็พูดไม่ได้ ช่างกล้า!!!



เราเลือกร้านที่ลงบันไดมาถึงปุ๊บ อยู่ซ้ายมือร้านแรกค่ะ 

นั่งกินจนเสร็จ ไม่มีกรุ๊ปคนไทยเข้ามากินเลยสักคน แต่คนญี่ปุ่นเข้ามากินจนแน่นร้านเลย

ด้านหน้าร้านทุกร้านจะมีตู้ ๆ แบบนี้ ให้เราจิ้มเอาว่าเราจะกินราเมงแบบไหน (จะมีพนักงานมาคอยช่วยเหลือหน้าร้าน 1 คน)

พอจิ้มเสร็จหยอดตังค์ ก็จะมีเหมือนใบเสร็จออกมาว่าเราสั่งอะไร

แล้วพนักงานก็จะเอาใบรายการนี้แหละไปให้เชฟทำราเมงให้เรากิน

และด้วยความที่ราเมงเค้าชามใหญ่มากกกกกก ที่ตู้กดนี้เค้าก็มีป้ายแปะไว้เลยค่ะ เขียนไว้ประมาณว่า...

"เราคาดหวังว่าผู้ใหญ่จะสั่งราเมงทานคนละ 1 ชาม" 

ประมาณว่า....แกจะมา 3 คนแล้วสุมหัวกินราเมงชามเดียวชั้นไม่โอเคนะยะ!!....ไรงี๊




พวกเราพูดญี่ปุ่นไม่ได้ พนักงานพูดอังกฤษไม่ได้เลยยยยยยย 

ปุ่มที่ตู้ก็ภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ ยืนตบตีกันอยู่หน้าตู้พักใหญ่ ๆ กว่าจะสั่งราเมงมากินกันได้แบบราคาครบ 1,000 เยนเป๊ะ ๆ 

(งกไงคะ...กลัวสั่งไม่ถึงราคาคูปองแล้วขาดทุน 5555)





เข้ามาในร้านรอเชฟทำราเมงให้กิน

ในร้านก็จะมีทั้งโต๊ะนั่งได้ 4 คน อยู่ 3-4 โต๊ะ และแบบเคาเตอร์นั่งกินเหงา ๆ คนเดียว

ร้านนี้บริการน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบใส่น้ำแข็งฟรี





ราเมงร้านนี้จะเป็น "คารามิโสะราเมง" ค่ะ

คือน้ำซุปเจ้มจ้น แล้วโปะด้วยก้อนมิโสะแดง ๆ ที่ผัดผสมกับกระเทียมและพริก เผ็ดแซ่บเว่อร์!!

ชิมน้ำซุปเปล่า ๆ ก็หอมอร่อยกลมกล่อมเจ้มจ้นมากเลยทีเดียว

(ออกเค็มค่ะ ซดน้ำซุปไปสักพักจะรู้สึกเลยว่าเค็ม...ไกด์วีบอกว่าเค็มทุกร้าน รสแบบญี่ปุ่นจริง ๆ เป็นแบบนี้ค่ะ)

พอละลายก้อนมิโสะแดง ๆ นั่นลงไปอีกยิ่งแซ่บบบบบ!! 

หอมกระเทียม เผ็ดพริก เผ็ดแบบเผ็ดเลยนะ...ขนาดว่ากิ๊ฟกินเผ็ดได้พอสมควรยังรู้สึกว่าเผ็ดอ่ะ 

พี่จากินเผ็ดไม่ทนเท่าไหร่ กินไปหูแดงหน้าแดง

ส่วนเจ้าเส้น ๆ รูปขวาสุดคือ "เม็มมะ" ค่ะ เป็นหน่อไม้ต้มปรุงรสมาเค็ม ๆ กรุบ ๆ หนุบ ๆ กินอร่อย


คารามิโสะราเมงชามนี้ราคา 850 เยน

และเพิ่มหน่อไม้เม็มมะอีก 150 เยน

รวมเป็น 1,000 เยนพอดีค่าคูปองค่ะ






หมูชาชูอร่อยมว๊ากกกกก นุ่มแต่ไม่เละ ยังกัดแล้วเด้ง ๆ เคี้ยวมัน

ส่วนเส้นก็เป็นแบบเส้นใหญ่หยิก ๆ ลวกมาแบบยังแข็ง ๆ กินอร่อยมากค่ะ มันเข้ากับน้ำซุปเข้ม ๆ ของเค้าดี





ซัดโฮก ๆ 

สรุปคือราเมงชามนี้พวกเราชาวคณะสามคนปลาบปลื้มมากกกกก!!!

คือมันอร่อยอ่ะ (แม้จะรู้สึกเค็ม - -") เข้มข้น กลมกล่อม ล้ำลึก

กิ๊ฟกับพี่จายกซดเกลี้ยงชามเลยค่ะ แต่แม่ไม่ไหว...เหลือน้ำซุปอยู่หน่อยเพราะยิ่งซดยิ่งเค็ม





ทานเสร็จเดินกลับขึ้นมาด้านบน...ตรงที่ขายของ

ปรากฏว่าที่ญี่ปุ่นนี่ตามร้านขายของเจอป้ายภาษาไทยเยอะมากค่ะ ดีไม่ดีเยอะกว่าภาษาอังกฤษอีก!!

ตรงนี้มุมของที่ระทึก





ตรงนี้เป็นมุมที่เราจะทำราเมงกึ่งสำเร็จรูปของตัวเองได้

คือแบบเลือกเส้นว่าเอาเส้นแบบไหน เลือกซุปว่าเอาแบบไหน เอาต้นหอมเป็นท๊อปปิ้งมั้ย?

หรือจะหน่อไม้เม็มมะ หมูชาชู? 

ทุกอย่างจะเป็นซองที่ซีลเรียบร้อย เก็บได้นานพอควรในอุณหภูมิห้อง

เสร็จแล้วตรงถ้วยราเมงก็สามารถถ่ายรูปเราพิมพ์ใส่ลงไปหน้าถ้วยได้เลย




ตรงนี้เป็นราเมงถ้วยแบบสำเร็จ รสชาติของร้านต่าง ๆ ที่อยู่ในนี้แหละค่ะ

มองเลยไปหน่อยเห็นฉากเขียว ๆ นั่นล่ะจุดถ่ายรูปเอาไว้แปะถ้วยราเมงสั่งทำ





อันนี้เป็นพวกอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับราเมง เป็นแบบที่ต้องแช่เย็นค่ะ 

ก็จะมีพวกหมูชาชู ไข่ต้มโชยุ ฯลฯ  อะไรอีกเยอะแยะที่อิชั้นไม่เข้าใจ (- -")




เดินวน ๆ สักพักไม่ได้อะไรติดมือ เห็นเวลายังเหลือก็เลยเดินออกไปดูนอกตึกแถว ๆ นั้นค่ะ

ตรงนั้นจะเป็นอาคารสำนักงานล้วน ๆ เลย แล้วก็เที่ยงพอดี พนักงานออกมาหาข้าวกินกันขวักไขว่





ปรากฏว่าแถว ๆ ริมถนนจะมีเหมือนโต๊ะขาย "เบนโตะ" ข้าวกลางวันเยอะเลยค่ะ 

แค่ละแวกที่เดินไม่กี่ร้อยเมตรตรงนั้นก็มีโต๊ะขายเบนโตะอยู่ถึง 2-3 จุด

ราคาไม่แพงสำหรับที่โน่น อย่างของคุณแม่ท่านนี้ก็ราคาแค่ 400 เยนเท่านั้น

อีกเจ้านึงจะของเยอะหน่อย ราคาตั้งแต่ 400 - 600 เยน



กินราเมงเค็ม ๆ มาแล้ว อยากกินอะไรหวาน ๆ ล้างปาก

เลยเดินไปแฟมิลี่มาร์ท (โอเอซิสของข้า!!!) 



ได้เป็นเยลลี่กาแฟของกูลิโกะค่ะ

ถ้วยแดงซ้ายมือเหมือนเป็นแบบออริจินัล เป็นเยลลี่กาแฟเนื้อนุ่ม ๆ กับนม

รสไม่หวานจัด เยลลี่กาแฟก็กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ๆ เจาะแก้วแล้วดูดปรี๊ด ๆ 

ส่วนถ้วยขวาสีน้ำเงินเป็นแบบเจ้มจ้น!!

เยลลี่จะเนื้อแน่นกว่าถ้วยแดง แล้วนมก็จะเข้มข้นขึ้นเหมือนเป็นครีม ๆ 

กิ๊ฟชอบถ้วยน้ำเงินมากกว่า...เจ้มจ้นได้ใจมาก กาแฟหอมมมม ฉี่ออกมายังหอมมมม (- -")

ราคา....จำไม่ได้ ประมาณ 170-200 เยนมั้ง 



ถึงเวลารวมพลก็ขึ้นรถบัส

จุดหมายต่อไปมุ่งหน้าสู่ "วัดพระใหญ่เมืองคามาคุระ" !!!!

 
Story & Photo BY:
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมดตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
in...dependent
- บันทึกการเดินทางฮอกไกโด : ตอนที่ 2 โอตารุ และมื้อค่ำที่ร้านอาหารแม่บ้านชาวประมง
- บันทึกการเดินทางฮอกไกโด : ตอนที่ 1 สุวรรณภูมิ โรงงานชอคโกแลต อาหารเที่ยงที่ตลาดปลา
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 14 สนามบินนาริตะ - สุวรรณภูมิ
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 13 Aeon Plaza นาริตะ
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 12 วัดนาริตะซัน
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 11 บุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง ชินจูกุ โรงแรมแอร์พอร์ท
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 10 วัดอาซากุสะ
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 9 ตะลุยสวนส้ม ช๊อปปิ้งในรถบัส
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 8 พักโรงแรมริมทะเล อาหารชุดไคเซกิ นอนฟูก แต่งชุดยูกาตะ
- บันทึกการเดินทางโตเกียว : ตอนที่ 7 ล่องเรือโจรสลัดทะเลสาบอาชิ อุทยานฮาโกเน่
ดูทั้งหมด

Copyright : www.in-kitchen.com • Contact : webmaster(at)in-kitchen.com
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมดตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
Engine by MAKEWEBEASY